5 Mega Trends ของธุรกิจ 2020-2021
เขียนโดย ยิ้มเก่ง
วันที่ 4.11.2020

 

 

 

ในขณะที่โลกกำลังเต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป หรือการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ทำให้ภาพการทำธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รู้ไหมว่าปัจจัยเหล่านี้ล้วนปูทางให้กับบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการทำงาน (หรือการทำงานแบบ Location-independent) บริษัทที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม และบริษัทขนาดเล็กที่สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว (Disruptive Innovation) ตลอดจนบริษัทระดับโลกทั้งหลาย
 
 
อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากเป็นคนหนึ่งที่คว้าโอกาสหรือประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ คุณต้องติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพื่อนำไปปรุงแต่งกลยุทธ์ให้ก้าวไปข้างหน้า และยังคงรักษาความได้เปรียบจากคู่แข่งแม้เวลาที่เปลี่ยนแปลง 
 
 
ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากแบ่งปันข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม 2020 และ New Forecast ในปี 2021
 
 

1 ธุรกิจแบบ Subscription-Based 

ผลสำรวจตลาดของการสมัครสมาชิกทั่วโลกจะมีมูลค่ากว่า 10.5 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 เนื่องจากการเติบโตของจำนวนสมาชิกในแบรนด์ที่มีอยู่และการเพิ่มขึ้นของรูปแบบการสมัครสมาชิกแบบใหม่ๆ
ปัจจุบันรูปแบบการสมัครสมาชิกได้รับความนิยมนำมาใช้มากขึ้น หากคุณลองนึกถึงการสตรีมเพลงและภาพยนตร์ แม้แต่คอร์สอาหาร และแน่นอนว่าตอนนี้แอปพลิเคชันคลาสเรียนออนไลน์ก็เช่นกัน 
 
เพราะมันมีประโยชน์หลักจากการได้รับกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอมากกว่าการขายแบบทั่วไปที่ไม่ต่อเนื่อง แถมมันยังสะดวกต่อลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรองรับการชำระเงินแบบตัดอัตโนมัติ
 
 
 

2 วิถีทำงานแบบดิจิทัล Digital Nomadism

สิ่งนี้ได้รับความนิยมมาระยะหนึ่ง ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่เห็นภาพชัดขึ้นว่าทำได้จริงเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา การทำงานจากระยะไกลนั้นกลายเป็นจริงมากขึ้นและได้ประสิทธิภาพเช่นกัน พนักงานจำนวนมากเลือกที่จะทำงานที่บ้านหรือทำงานอิสระหลายงาน ซึ่งสิ่งนี้ยืนยันได้ว่า คนที่ทำงานฟรีแลนซ์มักจะจบลงด้วยการสร้างธุรกิจที่ปรึกษา (หรือบริการต่างๆ) ระดับมืออาชีพเป็นของตนเอง
 
นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการอื่นๆ มีทางเลือกในการจ้างงานมากขึ้น แล้วยังช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่าย และค่าต่างๆ ดังนั้นเราคาดว่าการทำงานรูปแบบนี้จะไม่เป็นเพียงหนึ่งในเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและทันสมัยที่สุด แต่ในไม่ช้ามันจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับผู้ประกอบการจำนวนมาก (โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งตั้งธุรกิจ) 
 
 
 

3 การค้าบนมือถือ Mobile Commerce

ธุรกิจสมัยใหม่นี้ดูเหมือนจะมีหลักการที่ครอบคลุมในการเข้าถึงลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ถือเป็นแนวโน้มทั่วไปที่แข็งแกร่งในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ปัจจุบันลูกค้าติดโทรศัพท์อย่างมาก ผู้ใช้โทรศัพท์โดยเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวัน และเช็กโทรศัพท์ประมาณ 58 ครั้งต่อวัน 
 
ดังนั้นผู้ประกอบการที่ชาญฉลาดควรที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ โลกนิยมที่ปูทางไปสู่ ‘การค้าบนมือถือที่ดีขึ้นและมากขึ้น’ ซึ่งแพลตฟอร์มของ Amazon ในปัจจุบันทำให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจ E-commerce ได้เปรียบกว่าผู้ประกอบการที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดิมๆ
 
 
 

4 ธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม Niche Market

มีธุรกิจที่ขายสินค้าเฉพาะเจาะจงจำนวนมากที่ใช้พื้นฐานจากการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม หรือความชอบของตนเอง เช่น ร้านขายเบียร์ที่มีขายอาหารออร์แกนิกและมีห้องสมุดด้วยรองรับเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อย ถึงแม้ร้านจะไม่ใหญ่แต่โดดเด่นไม่เหมือนใคร หรืออาหารจำพวกชีสมังสวิรัติ เป็นต้น
 
ดังนั้นสิ่งนี้จึงน่าสนใจอย่างมากและคาดวว่าจะปรากฏขึ้นอีกมากในไม่ช้า แต่จำไว้ว่าสิ่งที่คุณทำต้องมีรากเหง้า การเชื่อมต่อ และการตรวจสอบที่ดี นอกจากนี้ “อย่าอายในสิ่งที่เป็นจุดขายของคุณ
 
 
 

5 ธุรกิจสีเขียว Green Business

ตามที่ได้พูดไปในข้อก่อนหน้าหลายผลิตภัณฑ์มักจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าจะเป็นในด้านของออร์แกนิก การใช้พลังงาน และธุรกิจรีไซเคิลต่างๆ ธุรกิจสีเขียวหรือนโยบายเหล่านี้มักจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแล้วแน่นอนว่ามันมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้บริโภค (ในทางที่ดี) 
 
ตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนจากตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า (เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) ทั่วโลก เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนๆ และคาดว่าตลาดอื่นๆ จะตามมาอีกไม่ช้า ซึ่งสำหรับใครที่อยากจะเริ่มจับธุรกิจสีเขียวก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำนวนมาก เช่น โซลาร์เซลล์ เป็นต้น
 
 
 
ทิ้งท้ายไว้ว่า เทคโนโลยีที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในธุรกิจในอนาคตนั้นดีแต่แน่นอนว่ามาพร้อมกับการกินส่วนแบ่งการตลาด แต่การเริ่มใช้ระบบที่ช่วยจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ตั้งแต่ตอนนี้มีแต่จะก้าวหน้ากว่าคู่แข่งทวีคูณ แนะนำให้คุณเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงจะง่ายขึ้น!
 
Back
Share